ผู้นำอังกฤษขู่เพิ่มมาตรการเข้มสกัดโควิด

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวว่า “หลายพื้นที่” ในสหราชอาณาจักร อาจต้องอยู่ภายใต้มาตรการทางสังคมที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตประชาชนในประเทศมากกว่า 75,000 คน และติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 50,000 คน ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ของสถานีบีบีซี ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างสุดความสามารถ โดยใช้ทุกแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้และส่งผลกระทบต่อส่วนรวมให้น้อยที่สุด เพื่อยับยั้งวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม จอห์นสันเตือนทุกฝ่ายว่า “มาตรการที่เข้มงวดขึ้น” อาจเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ “ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” และจะครอบคลุม “หลายพื้นที่” แม้ยังคงยืนยันด้วยว่า การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน “ยังคงปลอดภัย” แต่ผู้นำสหราชอาณาจักรมีคำสั่งฉุกเฉิน ขยายเวลาปิดโรงเรียนประถมศึกษาทุกแห่งในกรุงลอนดอน ทั้งของรัฐและเอกชน ให้มีผลอย่างไม่มีกำหนด หมายความว่าในระหว่างนี้นักเรียนในช่วงวัยดังกล่าวประมาณ 1 ล้านคนในพื้นที่ ต้องเรียนออนไลน์ต่อไป
  
ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์ส รายงานว่าบริษัทแอสตราเซเนกาเตรียมสำรองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ให้ได้ประมาณสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านโด๊ส หลังสำนักงานควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ( เอ็มเอชอาร์เอ ) ของกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักร ขึ้นทะเบียนรับรองวัคซีนดังกล่าว ที่ใช้ชื่อว่า “ADZ1222” โดยสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกในโลก ที่รับรองวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด และเตรียมแจกจ่ายตั้งแต่สัปดาห์นี้    
 
สำหรับสถิติสะสมของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั่วสหราชอาณาจักร ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยืนยันผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 2,654,779 คน เพิ่มขึ้น 54,990 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 75,024 คน เพิ่มขึ้น 454 คน ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยรายวันของสหราชอาณาจักรมีจำนวนมากกว่า 50,000 คน ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา “ชนิดกลายพันธุ์”

This entry was posted in News.